ฟิล์มรถยนต์ราคาเท่าไหร่? เปรียบเทียบราคาฟิล์มยอดนิยมปี 2025
ฟิล์มรถยนต์ ราคา เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้ใช้รถให้ความสนใจ เนื่องจากการ เลือกฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์ มีความสำคัญทั้งในด้านการป้องกันความร้อน รังสี UV และเพิ่มความเป็นส่วนตัว ราคาของฟิล์มกรองแสงจะแตกต่างกันไปตามประเภท และยี่ห้อของฟิล์ม โดยในบทความนี้จะมีข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับราคาที่ควรรู้ พร้อมทั้งเคล็ดลับการเลือกฟิล์มกรองแสงให้คุ้มค่า

เปรียบเทียบราคาเบื้องต้นของฟิล์มกรองแสงปี 2025
ราคาฟิล์มติดรถยนต์อาจแบ่งได้หลากหลายตามเกรดและคุณภาพ โดยทั่วไปตลาดฟิล์มกรองแสงอาจแยกได้เป็นกลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ ฟิล์มธรรมดา (Dyed Film), ฟิล์มสะท้อนแสง (Metalized Film), ฟิล์มเซรามิก (Ceramic Film) และฟิล์มนาโนเซรามิก (Nano-Ceramic Film)
ประเภทฟิล์ม | ช่วงราคา (บาท) | คุณสมบัติเด่น |
---|---|---|
ฟิล์มธรรมดา (Dyed Film) | 1,500 – 3,000 | ราคาประหยัด ป้องกันแสงแดดได้ระดับหนึ่ง แต่กันความร้อนได้น้อย |
ฟิล์มสะท้อนแสง (Metalized Film) | 3,000 – 5,000 | กันความร้อนดีขึ้น สะท้อนรังสีอินฟาเรด แต่สัญญาณ GPS อาจถูกรบกวน |
ฟิล์มเซรามิก (Ceramic Film) | 5,000 – 7,500 | กันความร้อนสูง กันรังสี UV ดี ไม่รบกวนสัญญาณ GPS |
ฟิล์มนาโนเซรามิก (Nano-Ceramic Film) | 8,000 – 15,000 | คุณภาพสูง กันความร้อนสูงสุด แข็งแรง ทนทาน ไม่ซีดจางง่าย |
การเปรียบเทียบราคาข้างต้นเป็นการประมาณการและอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ ยี่ห้อ รุ่น ขนาดของรถ รวมถึงเกรดฟิล์ม ในกรณีที่เป็น ฟิล์มกรองแสงระดับพรีเมียม อาจมีราคาค่อนข้างสูง แต่ก็มาพร้อมกับคุณสมบัติการป้องกันความร้อนที่เหนือกว่า เช่น การกันรังสีอินฟาเรด (IRR) ได้สูง และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า

เคล็ดลับในการเลือกฟิล์มกรองแสงให้คุ้มค่า
- กำหนดงบประมาณ: ตั้งงบประมาณที่เหมาะสมกับความต้องการและความสามารถในการจ่าย แล้วจึงพิจารณารุ่นหรือยี่ห้อของฟิล์มที่อยู่ในช่วงราคานั้น
- ค่าป้องกันความร้อน: ประเทศไทยเจอแดดจัดเกือบตลอดปี ดังนั้นเลือกฟิล์มที่ป้องกันความร้อนจากรังสีอินฟาเรด (ค่า IRR) และ Total Solar Energy Rejection (ค่า TSER) สูงๆ เพื่อการกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพ
- ตรวจสอบการรับประกัน: เลือกฟิล์มที่มีการรับประกันจากผู้ผลิตหรือร้านผู้ติดตั้ง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในคุณภาพและการบริการหลังการขาย
- ศึกษาข้อมูลและรีวิว: หาข้อมูลจากผู้ใช้จริงและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้มั่นใจว่าฟิล์มที่เลือกมีคุณสมบัติอย่างที่ต้องการ
- ความเหมาะสมในการใช้งาน: หากมีปัญหาทางสายตา ไม่ควรเลือกฟิล์มที่มีความเข้มมากเกินไป เพื่อป้องกันปัญหาในการมองเห็นขณะขับขี่
ราคาสูง แพงกว่าจริง แต่คุ้มกว่าหรือไม่?
เมื่อพูดถึง ฟิล์มรถยนต์ ราคา สูง หลายคนอาจมองว่าทำไมถึงแพง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับคุณสมบัติ ทั้งในเรื่องการกันความร้อน อายุการใช้งาน และการรับประกันแล้ว ฟิล์มในราคาที่สูงกว่าก็มักจะให้ความคุ้มค่าที่มากกว่า เช่น ฟิล์มคุณภาพดีบางแบรนด์ให้การรับประกันยาวนานถึง 5 ปีขึ้นไป ซึ่งในระยะยาวถือว่าคุ้มค่ากว่าฟิล์มราคาถูกที่มีอายุสั้น และต้องเปลี่ยนใหม่อยู่บ่อยครั้ง
หากเลือกจากเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาจะเห็นว่า ฟิล์มรถยนต์ราคาสูงอาจ ได้เปรียบ ในระยะยาว เช่น ถ้าติดฟิล์มในราคา 5,000 บาท แต่อายุการใช้งานสั้นเพียงไม่กี่ปีหรือ ประกันคุณภาพ ไม่ครอบคลุม ก็อาจไม่คุ้มค่ากับการลงทุน แต่ถ้าเพิ่มงบขึ้นอีกนิดได้ฟิล์มดีๆ อายุใช้งาน 5 ปีขึ้นไป พร้อมการรับประกันที่เชื่อถือได้ กรณีที่ฟิล์มมีปัญหาก็เคลมได้ง่ายและสะดวก
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้ที่:
(3) ฟิล์มกรองแสงรถยนต์มีกี่ประเภท? เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย